ภาวะหัวใจล้มเหลว

หัวใจโต เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน และรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

✓ ด้วยความปรารถนาดีจาก นพ.ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล5 เมษายน 2569อ่าน 1 นาทีโรคหัวใจ
หัวใจโต เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน และรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

หัวใจโต (Cardiomegaly): หัวใจดวงใหญ่ ใช่ว่าจะดี... อันตรายแค่ไหน รักษาได้ไหม?

หัวใจโต เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน และรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

หลายคนไปตรวจสุขภาพประจำปี ถ่ายภาพเอ็กซเรย์ปอด (Chest X-ray) แล้วหมอทักว่า "เงาหัวใจดูโตกว่าปกตินะ" ทำเอาใจคอไม่ดี คิดว่าตัวเองใกล้จะเป็นโรคหัวใจวายแล้วหรือเปล่า? ความจริงแล้ว "ภาวะหัวใจโต" เป็นเพียงอาการแสดงอย่างหนึ่ง ไม่ใช่โรคโดยตรง แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจกำลังทำงานหนักจนผิดรูปครับ


ภาวะหัวใจโต คืออะไร? เกิดจากอะไรได้บ้าง?

ปกติขนาดของหัวใจในภาพเอ็กซเรย์ จะต้องมีความกว้างไม่เกิน 50% ของความกว้างช่องอกทั้งหมด หากเกินกว่านั้นจะถือว่า "หัวใจโต" ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ:

1. หัวใจโตแบบกล้ามเนื้อหนาตัว (Hypertrophy): ลองนึกภาพนักเล่นกล้ามที่ยกเวทหนักๆ กล้ามเนื้อก็จะปูดใหญ่ขึ้น หัวใจก็เช่นกัน! สาเหตุอันดับ 1 คือ "ความดันโลหิตสูง" เมื่อหลอดเลือดตีบแคบ หัวใจต้องออกแรงบีบตัวอย่างหนักหน่วงเพื่อปั๊มเลือดผ่านไปให้ได้ นานวันเข้าผนังกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายจะหนาตัวขึ้นจนกลายเป็นหัวใจโต หรืออีกสาเหตุที่พบได้ในผู้สูงอายุ ก็คือลิ้นหัวใจ Aortic ตีบ ขัดขวางการบีบส่งเลือดของห้องหัวใจ ทำให้หัวใจต้องใช้แรงเพิ่มมากเป็นพิเศษ สุดท้ายก็จะหนาตัวขึ่น

2. หัวใจโตแบบห้องหัวใจขยายตัว (Dilatation): ลักษณะนี้กล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้หนา แต่กลับ "โป่งพองและย้วย" เหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าลมมากไปจนสูญเสียความยืดหยุ่น มักเกิดจาก:

  • โรคลิ้นหัวใจรั่ว: เลือดไหลย้อนกลับมาคั่งในห้องหัวใจ หัวใจจึงต้องขยายตัวเพื่อรับปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้น
  • เส้นเลือดหัวใจตีบ: กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจนบางปูด
  • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ: จากการติดเชื้อไวรัสบางชนิด

อาการเตือน "หัวใจโต"

ในระยะเริ่มแรกมักจะไม่แสดงอาการอะไรเลย (จึงมักเจอจากการบังเอิญเอ็กซเรย์ปอด) แต่หากหัวใจเริ่มทำงานไม่ไหว จะส่งสัญญาณดังนี้:

  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ แค่เดินช้อปปิ้ง หรือทำความสะอาดบ้านก็หอบแล้ว
  • หายใจไม่อิ่ม อึดอัดเวลานอนราบ (ต้องหนุนหมอนสูง)
  • ใจสั่น ใจเต้นเร็ว หรือเต้นผิดจังหวะ
  • พบอาการบวมที่ข้อเท้าและหน้าแข้ง

แนวทางการรักษา "หัวใจโต" หายขาดได้หรือไม่?

ข่าวดีคือ หากรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ หัวใจที่โตอาจยุบลงกลับมาใกล้เคียงปกติได้ (โดยเฉพาะแบบกล้ามเนื้อหนาตัว) แต่ต้องรักษาที่ "ต้นเหตุ" เป็นหลักครับ:

  • หากเกิดจากความดันโลหิตสูง: แพทย์จะให้ยาลดความดัน (เช่น กลุ่ม ACEI/ARB) ซึ่งมีผลช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจที่หนาตัวค่อยๆ คลายและยุบลง
  • หากเกิดจากลิ้นหัวใจรั่ว/ตีบ: อาจต้องพิจารณาผ่าตัดซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
  • หากเกิดจากเส้นเลือดตีบ: ต้องทำบอลลูนใส่ขดลวด (Stent) เพื่อขยายหลอดเลือดให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้เต็มที่

สรุป

ภาวะหัวใจโตไม่ได้แปลว่าชีวิตมาถึงทางตัน แต่เป็นเหมือนสัญญาณไฟเหลืองที่บอกให้คุณหยุดพักและหันมาดูแลตัวเอง หากคุณถูกวินิจฉัยว่ามีขนาดหัวใจโต ควรรีบไปทำ "อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram)" เพื่อดูโครงสร้างให้ชัดเจน และรับการรักษาตรงจุดอย่างทันท่วงทีครับ!

ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยด้านสุขภาพ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

แชร์บทความ:FacebookLINEX

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจสุขภาพหัวใจ มีแบบไหนบ้าง ควรตรวจอะไร และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?การป้องกันโรคหัวใจ

ตรวจสุขภาพหัวใจ มีแบบไหนบ้าง ควรตรวจอะไร และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

รู้ทันโรคหัวใจก่อนสายเกินแก้! แนะนำแพ็กเกจตรวจหัวใจที่จำเป็นสำหรับแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ EKG ไปจนถึงวิ่งสายพาน (EST) และการทำ Echo เพื่อให้คุณเลือกตรวจได้อย่างคุ้มค่า

1 เมษายน 2569

หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) อาการแบบไหนอันตราย เมื่อไหร่ต้องพบหมอภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) อาการแบบไหนอันตราย เมื่อไหร่ต้องพบหมอ

รู้สึกใจสั่น หัวใจสะดุดกึก! ทำความเข้าใจภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ สังเกตความแตกต่างระหว่างใจสั่นทั่วไปกับสัญญาณเตือนอันตราย พร้อมข้อระวังที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

5 เมษายน 2569

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure): อาการเตือน น้ำท่วมปอด ขาบวม และวิธีรับมือภาวะหัวใจล้มเหลว

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure): อาการเตือน น้ำท่วมปอด ขาบวม และวิธีรับมือ

หัวใจล้มเหลวไม่ได้แปลว่าหัวใจหยุดเต้น! ทำความรู้จักภาวะหัวใจล้มเหลว สังเกตุอาการนอนราบไม่ได้ ขาบวม เหนื่อยง่าย

1 เมษายน 2569