อาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia): ตื่นเต้นตอนเจอหน้าเธอ หรือเป็นโรคหัวใจ?

"ตึกตัก... ตึกตัก..." อาการหัวใจเต้นแรงและเร็ว บางครั้งอาจเกิดจากความรัก ความตื่นเต้น หรือการดื่มกาแฟดับง่วง แต่ในบางกรณี หากคุณนั่งดูทีวีอยู่เฉยๆ แล้วหัวใจกลับเต้นรัวเหมือนวิ่งมาราธอนมา นั่่นอาจเป็นสัญญาณของ "ภาวะหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia)" ที่ซ่อนรอยโรคบางอย่างเอาไว้
หัวใจเต้น "เร็วแค่ไหน" ถึงเรียกว่าผิดปกติ?
ในสภาวะพักผ่อน (Resting Heart Rate) หัวใจผู้ใหญ่จะเต้นประมาณ 60 - 100 ครั้งต่อนาที
- หากเต้นเกิน 100 ครั้ง/นาที ขณะนั่งพัก ถือว่า ใจสั่น หรือ หัวใจเต้นเร็ว
- หากเต้นทะลุ 120-150 ครั้ง/นาที ขึ้นไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ถือว่ามีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจากไฟฟ้าหัวใจเต้นลัดวงจร
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ "ใจสั่น"
อาการใจสั่นไม่ได้แปลว่าเป็น "โรคหัวใจ" เสมอไป สาเหตุร้อยละ 80 มักมาจากปัจจัยภายนอก ดังนี้:
- คาเฟอีนและแอลกอฮอล์: เป็นผู้ร้ายเบอร์หนึ่ง กาแฟ ชาเข้มๆ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ล้วนกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรง
- ความเครียดและวิตกกังวล: ภาวะ Panic Attack สามารถทำให้หัวใจเต้นรุนแรงจนรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายได้
- โรคไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism): ฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงเกินไปเปรียบเสมือนการเหยียบคันเร่งให้ร่างกาย ฮาร์ทเรทจึงพุ่งปรี๊ด ร่วมกับอาการมือสั่น เหงื่อออกเยอะ และน้ำหนักลด
- ภาวะขาดน้ำ หรือไข้สูง: เวลาป่วยมีไข้ หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและกระตุ้นการเผาผลาญ
เมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปพบแพทย์?
หากใจสั่นแล้วมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็น "จากหัวใจจริงๆ" ควรรีบไปโรงพยาบาล หรือแผนกฉุกเฉิน (ER):
- หน้ามืด เวียนศีรษะขั้นสุด เหมือนบ้านหมุนหรือโลกดับไปชั่วขณะ (วูบ)
- หายใจไม่ออก แน่นหน้าอกประหนึ่งมีคนมากดทับ
- อาการใจสั่นเกิดขึ้นยาวนานเกิน 15-30 นาที และไม่สามารถทำให้สงบลงได้ด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆ
- สวมสมาร์ทวอช (Smartwatch) แล้วเครื่องแจ้งเตือนว่า Heart rate พุ่งทะลุโซนแดงขณะไม่ได้ออกกำลังกาย
วิธีจับต้นชนปลายเบื้องต้นเมื่อมีอาการ
- ตั้งสติ หาน้ำดื่ม: นั่งพักในที่อากาศถ่ายเทสะดวก จิบน้ำเปล่าช้าๆ
- จับชีพจรด้วยตัวเอง: ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะที่ข้อมือ หรือข้างลำคอ นับชีพจรใน 1 นาทีว่าเต้นแรงและสม่ำเสมอไหม? บางคนอาจจับได้ว่ามันเต้นรัวแต่อ่อน หรือกระโดดข้ามจังหวะ
- กลั้นหายใจเบ่ง (Valsalva Maneuver): สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปิดปากบีบจมูกแล้ว "เบ่ง" คล้ายกำลังเบ่งอุจจาระค้างไว้ 10-15 วินาที วิธินี้จะกระตุ้นเส้นประสาท Vagus Nerve ให้ไปกดการเต้นของหัวใจให้ช้าลงได้ (แต่ควรทำเมื่อมั่นใจว่าไม่มีโรคหัวใจรุนแรงซ่อนอยู่)
สรุป
ร่างกายของเราฉลาดพอที่จะส่งสัญญาณเตือนภัยผ่านจังหวะการเต้นของหัวใจ หากใจสั่นแบบหาสาเหตุไม่เจอ อย่ามัวแต่กังวล ให้เดินเข้าโรงพยาบาลเพื่อติดแผ่นตรวจ EKG ดีที่สุดครับ เพราะถ้ารู้เร็ว ก็สามารถรักษาได้ตรงจุดและหายขาดได้!




