ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia): เกิดจากอะไร ตอนไหนต้องรีบพบแพทย์ด่วน

✓ ด้วยความปรารถนาดีจาก นพ.ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล7 เมษายน 2569อ่าน 1 นาทีโรคหัวใจ
ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia): เกิดจากอะไร ตอนไหนต้องรีบพบแพทย์ด่วน

อาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia): ตื่นเต้นตอนเจอหน้าเธอ หรือเป็นโรคหัวใจ?

ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia): เกิดจากอะไร ตอนไหนต้องรีบพบแพทย์ด่วน

"ตึกตัก... ตึกตัก..." อาการหัวใจเต้นแรงและเร็ว บางครั้งอาจเกิดจากความรัก ความตื่นเต้น หรือการดื่มกาแฟดับง่วง แต่ในบางกรณี หากคุณนั่งดูทีวีอยู่เฉยๆ แล้วหัวใจกลับเต้นรัวเหมือนวิ่งมาราธอนมา นั่่นอาจเป็นสัญญาณของ "ภาวะหัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia)" ที่ซ่อนรอยโรคบางอย่างเอาไว้


หัวใจเต้น "เร็วแค่ไหน" ถึงเรียกว่าผิดปกติ?

ในสภาวะพักผ่อน (Resting Heart Rate) หัวใจผู้ใหญ่จะเต้นประมาณ 60 - 100 ครั้งต่อนาที

  • หากเต้นเกิน 100 ครั้ง/นาที ขณะนั่งพัก ถือว่า ใจสั่น หรือ หัวใจเต้นเร็ว
  • หากเต้นทะลุ 120-150 ครั้ง/นาที ขึ้นไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ถือว่ามีแนวโน้มสูงที่จะเกิดจากไฟฟ้าหัวใจเต้นลัดวงจร

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ "ใจสั่น"

อาการใจสั่นไม่ได้แปลว่าเป็น "โรคหัวใจ" เสมอไป สาเหตุร้อยละ 80 มักมาจากปัจจัยภายนอก ดังนี้:

  1. คาเฟอีนและแอลกอฮอล์: เป็นผู้ร้ายเบอร์หนึ่ง กาแฟ ชาเข้มๆ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ล้วนกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรง
  2. ความเครียดและวิตกกังวล: ภาวะ Panic Attack สามารถทำให้หัวใจเต้นรุนแรงจนรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายได้
  3. โรคไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism): ฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงเกินไปเปรียบเสมือนการเหยียบคันเร่งให้ร่างกาย ฮาร์ทเรทจึงพุ่งปรี๊ด ร่วมกับอาการมือสั่น เหงื่อออกเยอะ และน้ำหนักลด
  4. ภาวะขาดน้ำ หรือไข้สูง: เวลาป่วยมีไข้ หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและกระตุ้นการเผาผลาญ

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปพบแพทย์?

หากใจสั่นแล้วมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็น "จากหัวใจจริงๆ" ควรรีบไปโรงพยาบาล หรือแผนกฉุกเฉิน (ER):

  • หน้ามืด เวียนศีรษะขั้นสุด เหมือนบ้านหมุนหรือโลกดับไปชั่วขณะ (วูบ)
  • หายใจไม่ออก แน่นหน้าอกประหนึ่งมีคนมากดทับ
  • อาการใจสั่นเกิดขึ้นยาวนานเกิน 15-30 นาที และไม่สามารถทำให้สงบลงได้ด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆ
  • สวมสมาร์ทวอช (Smartwatch) แล้วเครื่องแจ้งเตือนว่า Heart rate พุ่งทะลุโซนแดงขณะไม่ได้ออกกำลังกาย

วิธีจับต้นชนปลายเบื้องต้นเมื่อมีอาการ

  1. ตั้งสติ หาน้ำดื่ม: นั่งพักในที่อากาศถ่ายเทสะดวก จิบน้ำเปล่าช้าๆ
  2. จับชีพจรด้วยตัวเอง: ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะที่ข้อมือ หรือข้างลำคอ นับชีพจรใน 1 นาทีว่าเต้นแรงและสม่ำเสมอไหม? บางคนอาจจับได้ว่ามันเต้นรัวแต่อ่อน หรือกระโดดข้ามจังหวะ
  3. กลั้นหายใจเบ่ง (Valsalva Maneuver): สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปิดปากบีบจมูกแล้ว "เบ่ง" คล้ายกำลังเบ่งอุจจาระค้างไว้ 10-15 วินาที วิธินี้จะกระตุ้นเส้นประสาท Vagus Nerve ให้ไปกดการเต้นของหัวใจให้ช้าลงได้ (แต่ควรทำเมื่อมั่นใจว่าไม่มีโรคหัวใจรุนแรงซ่อนอยู่)

สรุป

ร่างกายของเราฉลาดพอที่จะส่งสัญญาณเตือนภัยผ่านจังหวะการเต้นของหัวใจ หากใจสั่นแบบหาสาเหตุไม่เจอ อย่ามัวแต่กังวล ให้เดินเข้าโรงพยาบาลเพื่อติดแผ่นตรวจ EKG ดีที่สุดครับ เพราะถ้ารู้เร็ว ก็สามารถรักษาได้ตรงจุดและหายขาดได้!

ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยด้านสุขภาพ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

แชร์บทความ:FacebookLINEX

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีลดความดันโลหิตสูงด้วยตัวเอง แบบไม่ใช้ยา ป้องกันโรคหัวใจการป้องกันโรคหัวใจ

วิธีลดความดันโลหิตสูงด้วยตัวเอง แบบไม่ใช้ยา ป้องกันโรคหัวใจ

ความดันสูงแต่หมอยังไม่ให้ยา ต้องทำยังไง? เคล็ดลับลดความดันโลหิตด้วย 5 วิธีปรับพฤติกรรมง่ายๆ เช่น ลดเค็ม ลดพุง และจัดการความเครียด เพื่อป้องกันโรคหัวใจ

7 เมษายน 2569

หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) อาการแบบไหนอันตราย เมื่อไหร่ต้องพบหมอภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) อาการแบบไหนอันตราย เมื่อไหร่ต้องพบหมอ

รู้สึกใจสั่น หัวใจสะดุดกึก! ทำความเข้าใจภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ สังเกตความแตกต่างระหว่างใจสั่นทั่วไปกับสัญญาณเตือนอันตราย พร้อมข้อระวังที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

5 เมษายน 2569

ลิ้นหัวใจรั่ว ซ่อมได้ไหม? อาการ วิธีรักษา และข้อแตกต่างจากการเปลี่ยนลิ้นโรคลิ้นหัวใจ

ลิ้นหัวใจรั่ว ซ่อมได้ไหม? อาการ วิธีรักษา และข้อแตกต่างจากการเปลี่ยนลิ้น

เสียงฟู่ในหัวใจอาจเป็นสัญญาณของลิ้นหัวใจรั่ว! เจาะลึกอาการเตือนและทางเลือกในการรักษา ควรกินยา ผ่าตัดซ่อม หรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมแบบไหนดีกว่ากัน?

7 เมษายน 2569