ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) อาการแบบไหนอันตราย เมื่อไหร่ต้องพบหมอ

✓ ด้วยความปรารถนาดีจาก นพ.ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล5 เมษายน 2569อ่าน 1 นาทีโรคหัวใจ
หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) อาการแบบไหนอันตราย เมื่อไหร่ต้องพบหมอ

หัวใจเต้นผิดจังหวะ: อาการแบบไหนไม่อันตราย แบบไหนต้องรีบพบแพทย์ด่วน!

หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) อาการแบบไหนอันตราย เมื่อไหร่ต้องพบหมอ

"ใจหายวาบ" หรือ "รู้สึกหัวใจสะดุดกึก" เป็นอาการที่หลายคนคงเคยเผชิญ บางครั้งอาจเกิดตอนตกใจ หรือดื่มกาแฟเข้มๆ แต่รู้หรือไม่ว่า อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia)" โรคที่ซ่อนตัวเงียบๆ แต่อาจอันตรายถึงชีวิตหากปล่อยปละละเลย


หัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร?

โดยปกติหัวใจคนเราจะเต้นด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อระบบไฟฟ้าในหัวใจทำงานรวน จะทำให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป (Tachycardia), ช้าเกินไป (Bradycardia), หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ กระโดดข้ามจังหวะ ซึ่งส่งผลให้การสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายและสมองไม่มีประสิทธิภาพ

แบบไหนที่เรียกว่า "ธรรมดาไม่อันตราย"

  • ใจสั่นจากสิ่งเร้าภายนอก: เช่น ดื่มชากาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง นอนพักผ่อนน้อย หรือมีความเครียดสะสม หากหยุดพัก ดื่มน้ำ และลดคาเฟอีน อาการก็จะหายไปเองได้
  • หัวใจเต้นเร็วตอนออกกำลังกาย หรือตื่นเต้น: ถือเป็นการตอบสนองปกติของร่างกาย เมื่อหยุดพักสักครู่จะกลับมาเป็นปกติ
  • หัวใจสะดุดนานๆ ครั้ง: เช่น สัปดาห์ละครั้ง สองครั้ง โดยไม่มีอาการหน้ามืดร่วมด้วย (มักเกิดจากพักผ่อนน้อย)

แบบไหนที่เรียกว่า "ธงแดง" ต้องรีบพบแพทย์

หากคุณมีอาการใจสั่นร่วมกับ "อาการแทรกซ้อน" เหล่านี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ทันที:

  1. หน้ามืด วูบ หรือคล้ายจะเป็นลม (Syncope): บ่งบอกว่าหัวใจปั๊มเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน
  2. เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก: รู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับหน้าอก หรือหายใจถี่ๆ ร่วมกับใจสั่น
  3. ใจสั่นรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน: นั่งอยู่เฉยๆ หัวใจก็เต้นรัวขึ้นมาเกิน 120-150 ครั้ง/นาที และไม่ยอมหยุด
  4. คลำชีพจรแล้วเต้นกระโดด หรือไม่สม่ำเสมออย่างชัดเจน

วิธีรักษามีอะไรบ้าง?

หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์จะมีแนวทางการรักษาตั้งแต่:

  • การใช้ยา: เพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • การจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Radiofrequency Ablation - RFA): หากพบจุดกำเนิดไฟฟ้าที่ลัดวงจร แพทย์จะสอดสายสวนเล็กๆ เข้าไปที่เส้นเลือดดำและปล่อยคลื่นวิทยุความร้อนไปทำลายจุดลัดวงจรนั้น ซึ่งมีโอกาส "หายขาด" ได้สูงมาก
  • การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker): สำหรับผู้ที่หัวใจเต้นช้าเกินไปจนหน้ามืดบ่อยๆ

สรุป

หัวใจเต้นผิดจังหวะไม่ใช่โรคที่ต้องตื่นตระหนกเสมอไป แต่ก็ไม่ควรละเลย หากคุณไม่แน่ใจว่าอาการใจสั่นที่เป็นอยู่อันตรายไหม วิธีที่ดีที่สุดคือไปพบแพทย์เพื่อทำ EKG หรือติดเครื่อง Holter Monitor 24 ชั่วโมง เพื่อให้รู้แน่ชัดและพร้อมรับมืออย่างถูกต้องครับ

ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยด้านสุขภาพ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

แชร์บทความ:FacebookLINEX

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจสุขภาพหัวใจ มีแบบไหนบ้าง ควรตรวจอะไร และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?การป้องกันโรคหัวใจ

ตรวจสุขภาพหัวใจ มีแบบไหนบ้าง ควรตรวจอะไร และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

รู้ทันโรคหัวใจก่อนสายเกินแก้! แนะนำแพ็กเกจตรวจหัวใจที่จำเป็นสำหรับแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ EKG ไปจนถึงวิ่งสายพาน (EST) และการทำ Echo เพื่อให้คุณเลือกตรวจได้อย่างคุ้มค่า

1 เมษายน 2569

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure): อาการเตือน น้ำท่วมปอด ขาบวม และวิธีรับมือภาวะหัวใจล้มเหลว

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure): อาการเตือน น้ำท่วมปอด ขาบวม และวิธีรับมือ

หัวใจล้มเหลวไม่ได้แปลว่าหัวใจหยุดเต้น! ทำความรู้จักภาวะหัวใจล้มเหลว สังเกตุอาการนอนราบไม่ได้ ขาบวม เหนื่อยง่าย

1 เมษายน 2569

หัวใจโต เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน และรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ภาวะหัวใจล้มเหลว

หัวใจโต เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน และรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

ตรวจสุขภาพแล้วเจอ 'ภาวะหัวใจโต' ต้องทำยังไงต่อ? ไขข้อสงสัยสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว พร้อมแนวทางการรักษาที่ช่วยให้หัวใจกลับมาขนาดปกติได้

5 เมษายน 2569