ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - AF): ภัยมืดที่อาจนำไปสู่อัมพาต

✓ ด้วยความปรารถนาดีจาก นพ.ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล31 มีนาคม 2569อ่าน 1 นาทีโรคหัวใจ

โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AF / Atrial Fibrillation): ภัยเงียบที่นำไปสู่ "อัมพาต"

โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - AF): ภัยมืดที่ชี้ชะตานำไปสู่อัมพาต

ในบรรดาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะทั้งหมด โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ AF (Atrial Fibrillation) ถือเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี และที่น่ากลัวที่สุดคือ โรคนี้เป็น "ต้นเหตุสำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke)" ที่ทำให้หลายคนต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงตลอดชีวิต


"หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AF)" คืออะไร?

เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ปกติหัวใจ 4 ห้องของเราจะบีบตัวและคลายตัวสลับกันเพื่อปั๊มเลือดไปเลี้ยงร่างกาย แต่ในผู้ป่วย AF คลื่นไฟฟ้าในหัวใจห้องบนซ้ายจะเกิดการสั่นพริ้ว (กระตุกรัวๆ) อย่างไร้ระเบียบ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้ "บีบ" เพื่อไล่เลือด แต่มันกำลัง "สั่นพั่บๆ หรือพลิ้ว" แทน

ทำไมถึงนำไปสู่โรคอัมพาตได้?

เมื่อหัวใจบีบตัวไม่สุด เลือดบางส่วนจะตกค้างและหมุนวนอยู่ในหัวใจห้องซ้ายบน เมื่อเลือดหยุดนิ่งนานๆ มันจะจับตัวกันเป็น "ลิ่มเลือด (Blood Clot)" และเมื่อวันร้ายคืนร้าย ลิ่มเลือดก้อนนั้นก็จะหลุดลอยไปตามกระแสเลือด... แล้วเป้าหมายที่ลิ่มเลือดมักจะลอยอุดตันเสมอ ก็คือ "เส้นเลือดในสมอง" ซึ่งนั่นคือวินาทีของการเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตเฉียบพลันนั่นเอง

(ผู้ป่วย AF จะมีความเสี่ยงในการเกิดสโตรกสูงกว่าคนปกติถึง 5 เท่า!)

อาการแบบไหนต้องสงสัยว่าเป็น AF

ความน่ากังวลคือ ผู้ป่วยกว่า 30% ของเจ้า AF นี้ "ไม่มีอาการใดๆ เลย" และมันไม่ได้เป็นตลอดเวลา บางครั้งเป็นแค่ 10 นาทีก็หายไปเอง หรือมักถูกตรวจเจอโดยบังเอิญตอนมาโรงพยาบาลด้วยโรคอัมพาต แต่อย่างไรก็ตาม อาการเตือนที่มักพบได้บ่อย ได้แก่:

  • ใจสั่นรัวๆ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ บางครั้งคลำชีพจรแล้วรู้สึกเหมือนเดี๋ยวช้า เดี๋ยวเร็ว
  • หายใจกระหืดกระหอบ เหนื่อยง่ายกว่าปกติแค่เดินขึ้นบันไดชั้นเดียว
  • หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง ไม่ค่อยมีแรง
  • (บางคนตรวจพบจากการพยายามจับชีพจรด้วย Smartwatch เช่น Apple Watch แล้วขึ้นเตือนภาวะ AFib)

ทางออก และการรักษา

หลักสำคัญในการรักษา AF มี 2 ขาหลักๆ คือ:

  1. ป้องกันลิ่มเลือด (ตัวการสำคัญ): แพทย์จำเป็นต้องจ่าย "ยาละลายลิ่มเลือด (Anticoagulants)" ให้ผู้ป่วยทานอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ (ซึ่งช่วยลดยอดการเป็นอัมพาตได้อย่างมหาศาล)
  2. จัดการจังหวะการเต้นของหัวใจ: อาจใช้ยาเพื่อปรับจังหวะหัวใจให้ช้าลง หรือหากผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยมาก แพทย์แนะนำการรักษาด้วย "การจี้คลื่นวิทยุความร้อน (RFA)" เพื่อทำลายจุดกำเนิดไฟฟ้าที่ผิดปกติในหัวใจ หรือใช้ไฟฟ้าช็อกปรับจังหวะหัวใจ (Cardioversion)

สรุป

โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AF) ไม่ใช่โรคที่รักษาไม่หาย การตรวจจับให้เร็วที่สุดด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เมื่อเริ่มมีอาการใจสั่น จะลดโอกาสไม่ให้โรคสโตรกรุกล้ำเข้ามาในชีวิตคุณได้ครับ!

ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยด้านสุขภาพ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

แชร์บทความ:FacebookLINEX

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจสุขภาพหัวใจ มีแบบไหนบ้าง ควรตรวจอะไร และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?การป้องกันโรคหัวใจ

ตรวจสุขภาพหัวใจ มีแบบไหนบ้าง ควรตรวจอะไร และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

รู้ทันโรคหัวใจก่อนสายเกินแก้! แนะนำแพ็กเกจตรวจหัวใจที่จำเป็นสำหรับแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ EKG ไปจนถึงวิ่งสายพาน (EST) และการทำ Echo เพื่อให้คุณเลือกตรวจได้อย่างคุ้มค่า

1 เมษายน 2569

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure): อาการเตือน น้ำท่วมปอด ขาบวม และวิธีรับมือภาวะหัวใจล้มเหลว

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure): อาการเตือน น้ำท่วมปอด ขาบวม และวิธีรับมือ

หัวใจล้มเหลวไม่ได้แปลว่าหัวใจหยุดเต้น! ทำความรู้จักภาวะหัวใจล้มเหลว สังเกตุอาการนอนราบไม่ได้ ขาบวม เหนื่อยง่าย

1 เมษายน 2569

ไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) ค่า LDL และ HDL เท่าไหร่ถึงเริ่มอันตราย?การป้องกันโรคหัวใจ

ไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) ค่า LDL และ HDL เท่าไหร่ถึงเริ่มอันตราย?

อ่านผลตรวจเลือดไม่เป็น? สรุปง่ายๆ ว่าคอเลสเตอรอลรวม LDL HDL และไตรกลีเซอไรด์ คืออะไร ตัวไหนคือไขมันเลวที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบ พร้อมเกณฑ์มาตรฐาน

31 มีนาคม 2569