สัญญาณเตือน โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ท่องจำ "FAST" ไว้ ช่วยชีวิตได้ทันเวลา!

นาทีชีวิตของโรคหลอดเลือดสมอง หรือ "สโตรก" (Stroke) ไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล แต่อยู่ที่ "คนใกล้ตัว" หากคุณสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้เร็ว และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ทันภายใน 4.5 ชั่วโมง โอกาสรอดชีวิตและกลับมาเดินได้อย่างคนปกติจะสูงขึ้นอย่างมาก
วิธีสังเกตง่ายๆ ที่จำได้ทั่วโลกคือหลักการ "FAST" มาทำความเข้าใจกันครับว่าแต่ละตัวอักษรหมายถึงอะไร
ทำไม 4.5 ชั่วโมงถึงสำคัญ?
โรคหลอดเลือดสมองเกิดได้ 2 รูปแบบ คือ "เส้นเลือดตีบตัน" และ "เส้นเลือดแตก" ซึ่งทำให้เซลล์สมองขาดเลือดและขาดออกซิเจน เซลล์สมองจะตายอย่างรวดเร็วถึง 2 ล้านเซลล์ในทุกๆ 1 นาทีที่ผ่านไป! หากสามารถพาผู้ป่วยมาถึงมือแพทย์และฉีด "ยาละลายลิ่มเลือด (rt-PA)" ภายใน 4.5 ชั่วโมง (Golden Hour) จะช่วยสลายลิ่มเลือดที่อุดตันและกู้คืนการทำงานของสมองได้ทันท่วงที
หลักการ "FAST" จับสัญญาณเตือนสโตรก
หากคุณสงสัยว่าตัวคุณเองหรือคนรอบข้างกำลังมีอาการของโรคหลอดเลือดสมอง ให้รีบตรวจสอบด้วย 4 ข้อนี้:
F - Face (ใบหน้าเบี้ยว)
ให้ผู้ป่วยลอง "ยิ้ม" หรือยิงฟัน สังเกตว่ามุมปากข้างใดข้างหนึ่งตกหรือไม่? ยิ้มแล้วหน้าเบี้ยว หรือน้ำลายไหลมุมปากโดยไม่รู้ตัวหรือไม่?
A - Arms (แขนขาอ่อนแรง)
ให้ผู้ป่วยหลับตาแล้ว "ยกแขนทั้งสองข้าง" ให้ขนานกับพื้น และค้างไว้ 10 วินาที หากแขนข้างใดข้างหนึ่งค่อยๆ ตกลงมา หรือไม่สามารถยกขึ้นได้เลย แสดงว่ามีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก
S - Speech (พูดลำบาก)
ให้ผู้ป่วยพูดประโยคง่ายๆ เช่น "วันนี้กินข้าวกับอะไร?" หรือ "ไปเที่ยวกันไหม?" สังเกตว่าผู้ป่วยพูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้เหมือนคนเมา ลิ้นคับปาก หรือฟังเราพูดไม่รู้เรื่องหรือไม่?
T - Time (เวลาคือชีวิต)
เมื่อพบอาการ F, A, หรือ S อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ต้องรอดูอาการ ไม่ต้องให้นอนพัก ให้รีบโทร 1669 ทันที หรือรีบพาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด พร้อมทั้งจดจำ "เวลาที่เกิดอาการครั้งแรก" เพื่อแจ้งทีมแพทย์อย่างแม่นยำ
อาการเตือนอื่นๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจาก FAST แล้ว บางคนอาจมีอาการแปลกๆ แบบเฉียบพลันร่วมด้วย เช่น:
- ปวดศีรษะรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน (เหมือนฟ้าผ่าที่หัวลงมา)
- มองเห็นภาพซ้อน หรือตาบอดเฉียบพลันข้างใดข้างหนึ่ง
- เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ หรือเวียนศีรษะบ้านหมุนอย่างรุนแรง
สรุป
"โรคหลอดเลือดสมอง เป็นแล้วไม่ได้แปลว่าต้องเป็นอัมพาตเสมอไป" หากคุณมีความรู้ จดจำกฎ FAST ให้ขึ้นใจ และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็ว คุณก็สามารถปกป้องคนที่คุณรักจากการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตตลอดชีวิตได้อย่างแน่นอนครับ




