โรคลมชัก

ลมชักในผู้ใหญ่: จู่ๆ ก็เป็นตอนโต เกิดจากอะไร อันตรายไหม มีวิธีรักษาหรือไม่

✓ ด้วยความปรารถนาดีจาก นพ.ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล17 เมษายน 2569อ่าน 1 นาทีโรคสมอง
ลมชักในผู้ใหญ่: จู่ๆ ก็เป็นตอนโต เกิดจากอะไร อันตรายไหม มีวิธีรักษาหรือไม่

โรคลมชักในผู้ใหญ่: จู่ๆ ก็เป็นตอนโต เกิดจากอะไร อันตรายไหม?

ลมชักในผู้ใหญ่: จู่ๆ ก็เป็นตอนโต เกิดจากอะไร อันตรายไหม มีวิธีรักษาหรือไม่

เมื่อพูดถึงโรคลมชัก (Epilepsy) หลายคนมักคิดว่าเป็นโรคที่พบได้เฉพาะในวัยเด็ก และหากไม่เคยเป็นมาก่อน ก็คงไม่เป็นตอนแก่แน่ๆ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดครับ "โรคลมชักในผู้ใหญ่ (Adult-Onset Epilepsy)" เป็นภาวะที่พบได้บ่อย และมักเป็นสัญญาณเตือนของรอยโรคบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในสมอง


ทำไมจู่ๆ ถึงมาชักตอนเป็นผู้ใหญ่?

การเกิดอาการลมชักในวัยผู้ใหญ่ หรือในผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มักไม่ใช่อาการที่เกิดจากพันธุกรรม แต่เป็นการชักที่มี "สาเหตุ (Secondary Epilepsy)" ได้แก่:

  1. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): เป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง ผู้ป่วยที่เคยมีเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก แม้จะฟื้นฟูร่างกายแล้ว แต่เนื้อสมองที่เป็นแผลเป็น อาจกลายเป็นจุดกำเนิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติ ทำให้เกิดอาการชักตามมาได้
  2. เนื้องอกในสมอง: เนื้องอกจะไปกดทับเนื้อสมองปกติรอบข้าง ทำให้คลื่นสมองทำงานรวน อาการชักมักเป็นสัญญาณเตือนแรกๆ ของโรคมะเร็งสมอง
  3. อุบัติเหตุทางศีรษะ (ศีรษะกระแทก): อาจเกิดตามหลังอุบัติเหตุรถชนที่มีเลือดออกในสมอง แม้จะผ่านไปหลายเดือนหรือหลายปีแล้วก็ตาม
  4. โรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์: ในระยะท้ายของโรค โครงสร้างสมองที่เหี่ยวฝ่อลงจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคลมชักได้สูงกว่าคนปกติ
  5. สาเหตุอื่นๆ ภายนอกสมอง: เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำมาก ตับวาย ไตวาย ของเสียคั่ง เกลือแร่ผิดปกติ หรือการถอนแอลกอฮอล์ฉับพลัน

อาการเตือน... ที่ไม่ใช่แค่การนอนดิ้น

โรคลมชักในผู้ใหญ่ มักเป็นการชักแบบ "บางส่วน (Focal Seizure)" ซึ่งจะมีอาการแปลกๆ นำมาก่อนแล้วค่อยชักเกร็งทั้งตัว เช่น:

  • รู้สึกวูบวาบ ชา หรือกระตุกที่แขนขาข้างใดข้างหนึ่ง
  • เห็นภาพหลอน หรือได้กลิ่นแปลกๆ ที่คนอื่นไม่ได้กลิ่น
  • พูดไม่ออก หรือเบลอกระทันหันไปครู่หนึ่ง
  • ทำซ้ำๆ แบบไม่รู้ตัว เช่น เคี้ยวปาก กลืนน้ำลาย หรือขยับมือไปมา

อันตรายแค่ไหน และรักษาได้หรือไม่?

โรคลมชักในตัวเองมักทำให้อันตรายจาก "อุบัติเหตุขณะชัก" เช่น หน้ามืดล้มฟาดพื้น หรือชักขณะขับรถ หากควบคุมไม่ได้จะเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก

การรักษา: แตกต่างจากลมชักในเด็ก การรักษาในผู้ใหญ่แพทย์จะมุ่งหา "ต้นเหตุ" เป็นหลัก ด้วยการทำ MRI สมอง และตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)

  • หากชักจากเนื้องอก การผ่าตัดนำเนื้องอกออก อาการชักก็จะหายไป
  • หากเป็นแผลเป็นจากสโตรก แพทย์จะจ่ายยากันชัก (Antiepileptic drugs) เพื่อปรับสมดุลกระแสไฟฟ้า ซึ่งได้ผลดีมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติและไม่มีอาการชักกำเริบอีกเลย หากกินยาอย่างสม่ำเสมอ

สรุป

หากตัวคุณเอง ผู้ใหญ่ในบ้าน หรือผู้สูงอายุ เกิดอาการชักขึ้นครั้งแรกในชีวิต "อย่านิ่งนอนใจเด็ดขาด" เพราะนั่นคือเสียงตะโกนจากสมองว่ากำลังมีบางอย่างผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ระบบประสาทเพื่อสแกนสมองและหาสาเหตุให้เร็วที่สุดครับ

ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยด้านสุขภาพ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

แชร์บทความ:FacebookLINEX

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีบำรุงสมอง ป้องกันสมองเสื่อม: เคล็ดลับคนวัยทำงาน ไม่ต้องรอให้แก่การดูแลสุขภาพสมอง

วิธีบำรุงสมอง ป้องกันสมองเสื่อม: เคล็ดลับคนวัยทำงาน ไม่ต้องรอให้แก่

รู้หรือไม่ ความเสื่อมของสมองเริ่มสะสมมาตั้งแต่วัย 30 ปี วัยทำงานจะปกป้องสมองจากการโหมงานหนักและต้านความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมก่อนวัยอันควรได้อย่างไร

7 เมษายน 2569

วิธีดูแลผู้ป่วยพาร์กินสันที่บ้าน: ปรับสภาพแวดล้อมและเทคนิคป้องกันการหกล้มโรคพาร์กินสัน

วิธีดูแลผู้ป่วยพาร์กินสันที่บ้าน: ปรับสภาพแวดล้อมและเทคนิคป้องกันการหกล้ม

การหกล้มคือความเสี่ยงอันดับ 1 ของผู้ป่วยพาร์กินสัน เรียนรู้วิธีปรับปรุงบ้านและเทคนิคการแก้ปัญหา 'อาการเท้าติดพื้น' (Freezing) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

7 เมษายน 2569

สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ท่องจำกฎ FAST ให้ขึ้นใจเพื่อรักษาได้ทันโรคหลอดเลือดสมองและอัมพาต

สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ท่องจำกฎ FAST ให้ขึ้นใจเพื่อรักษาได้ทัน

หน้าเบี้ยว แขนตก พูดไม่ชัด! รู้จักกฎ FAST สัญญาณฉุกเฉินของโรคหลอดเลือดสมอง พร้อมความสำคัญของช่วงเวลา 4.5 ชั่วโมงทองคำ (Golden Hour) ที่ชี้เป็นชี้ตาย

17 เมษายน 2569