โรคลิ้นหัวใจ

ลิ้นหัวใจตีบ ผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด? ทำความรู้จัก TAVI และทางเลือกการรักษา

✓ ด้วยความปรารถนาดีจาก นพ.ศิรพัชร์ พูนวุฒิกุล31 มีนาคม 2569อ่าน 1 นาทีโรคหัวใจ
ลิ้นหัวใจตีบ ผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด? ทำความรู้จัก TAVI และทางเลือกการรักษา

ลิ้นหัวใจตีบ: จำเป็นต้อง "ผ่าตัดเปิดหน้าอก" ทุกรายหรือไม่?

ลิ้นหัวใจตีบ ผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด? ทำความรู้จัก TAVI และทางเลือกการรักษา

"ลิ้นหัวใจตีบ (Valvular Stenosis)" เปรียบเสมือนประตูน้ำที่มีคราบตะกรันเกาะกรังจนเปิดได้ไม่สุด ทำให้เลือดไหลผ่านไปเลี้ยงร่างกายได้ยากลำบาก ในอดีต เมื่อได้ยินคำว่าลิ้นหัวใจตีบ ภาพจำของทุกคนคือต้อง "ผ่าตัดเปิดหน้าอก" ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่และใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ในปัจจุบัน วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวไปไกลมากแล้ว วันนี้เรามาดูกันครับว่า ทางเลือกในการรักษามีอะไรบ้าง


ทำไมลิ้นหัวใจถึงตีบได้?

สาเหตุหลักของลิ้นหัวใจตีบขึ้นอยู่กับช่วงวัย:

  • วัยผู้สูงอายุ: มักเกิดจากหินปูน (แคลเซียม) ไปเกาะที่ลิ้นหัวใจเป็นระยะเวลานานตามความเสื่อมของวัย ทำให้ลิ้นหัวใจแข็งและเปิดได้น้อยลง (Aortic Stenosis)
  • วัยเด็กถึงผู้ใหญ่ตอนต้น: อาจเกิดจากโรคไข้รูมาติกที่ทำลายลิ้นหัวใจมาตั้งแต่เด็ก หรือมีโครงสร้างลิ้นหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด

อาการเตือนของลิ้นหัวใจตีบ

หากประตูเปืดไม่สุด หัวใจต้อง "ออกแรงบีบตัวอย่างหนัก" เพื่อดันเลือดออกไป ส่งผลให้เกิดอาการ:

  • เหนื่อยหอบง่ายกว่าปกติ แค่เดินหรืออาบน้ำก็เหนื่อย
  • เจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปที่แขน (คล้ายหลอดเลือดหัวใจตีบ)
  • หน้ามืด เป็นลม วูบหมดสติ (บ่งบอกว่าเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ซึ่งอันตรายมาก)

ทางเลือกในการรักษาลิ้นหัวใจตีบ

การรักษาจะพิจารณาจาก "ระดับความรุนแรงของการตีบ" หากตีบเพียงระดับเล็กน้อย แพทย์จะใช้วิธีให้ยาและนัดดูอาการ (Echo หัวใจ) เป็นระยะ แต่หากตีบระดับรุนแรง (Severe Stenosis) จำเป็นต้องได้รับการ "เปลี่ยนลิ้นหัวใจ" ซึ่งปัจจุบันมี 2 ทางเลือกหลัก:

1. การผ่าตัดเปิดหน้าอกเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Surgical Valve Replacement - SAVR)

  • วิธีทำ: แพทย์จะผ่าตัดเปิดกระดูกหน้าอก ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียมเพื่อหยุดหัวใจชั่วคราว จากนั้นตัดลิ้นหัวใจเดิมทิ้งและเย็บติดลิ้นหัวใจเทียมเข้าไปใหม่
  • ข้อดี: เป็นเทคนิคมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมานาน แพทย์สามารถมองเห็นกะพ้อลิ้นหัวใจได้อย่างชัดเจน เลือกใช้ลิ้นหัวใจเทียมได้หลากหลายชนิด
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่อายุน้อย ร่างกายแข็งแรงทนต่อการผ่าตัดใหญ่ได้ หรือมีโรคหัวใจอื่นๆ (เช่น หลอดเลือดตีบ) ที่ต้องผ่าตัดทำบายพาสไปพร้อมกัน

2. การเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน (Transcatheter Aortic Valve Implantation - TAVI)

  • วิธีทำ: นวัตกรรมใหม่ที่ไม่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนหน้าอก! แพทย์จะเจาะรูเล็กๆ บริเวณขาหนีบ แล้วสอดสายสวนที่พับลิ้นหัวใจเทียมไว้เข้าไปตามหลอดเลือดจนถึงหัวใจ จากนั้นก็กางลิ้นหัวใจเทียมออกเพื่อทับลิ้นเดิมที่ตีบอยู่
  • ข้อดี: แผลเล็กมาก (เจาะแค่ขาหนีบ) ไม่ต้องดมยาสลบแบบปอดและหัวใจเทียม ฟื้นตัวไว บางราย 2-3 วันก็กลับบ้านได้
  • เหมาะกับใคร: ผู้สูงอายุ (มักอายุ 70-80 ปีขึ้นไป) หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเยอะ ซื่งร่างกายไม่อาจทนต่อความเสี่ยงของการผ่าตัดเปิดหน้าอกได้

สรุป

หากได้รับคำวินิจฉัยว่าลิ้นหัวใจตีบ ไม่ต้องจินตนาการถึงรอยแผลผ่าตัดยาวกลางหน้าอกเสมอไปครับ เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยี TAVI ที่ปลอดภัยและฟื้นตัวเร็วเข้ามารองรับผู้สูงอายุแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อเริ่มมีอาการเหนื่อยง่ายหน้ามืด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเสียงหัวใจแต่เนิ่นๆ ครับ

ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยด้านสุขภาพ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

แชร์บทความ:LINEX

บทความที่เกี่ยวข้อง

❤️
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

โรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation - AF): ภัยมืดที่อาจนำไปสู่อัมพาต

AFib ภัยเงียบที่ผู้สูงอายุต้องระวัง! โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดสั่นพลิ้วเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันในสมอง ทำความรู้จักอาการและการรักษาด่วน

31 มีนาคม 2569

เครื่อง AED คืออะไร? สรุปวิธีใช้งาน 4 ขั้นตอน เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าการป้องกันโรคหัวใจ

เครื่อง AED คืออะไร? สรุปวิธีใช้งาน 4 ขั้นตอน เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า

ตู้เขียวๆ มีรูปสายฟ้าตามสถานีรถไฟฟ้าใช้ยังไง? ทำความรู้จักเครื่อง AED (Automated External Defibrillator) ที่คนธรรมดาก็ใช้ได้ พร้อมวิธีแปะแผ่นและการกดปุ่มช็อกหัวใจ

31 มีนาคม 2569

วิธีทำ CPR ปั๊มหัวใจเบื้องต้น (Hands-Only) ช่วยชีวิตคนหมดสติอย่างถูกวิธีการป้องกันโรคหัวใจ

วิธีทำ CPR ปั๊มหัวใจเบื้องต้น (Hands-Only) ช่วยชีวิตคนหมดสติอย่างถูกวิธี

วินาทีชีวิต! หากเจอคนวูบหมดสติ หัวใจหยุดเต้น ต้องทำอย่างไร? เรียนรู้วิธีการทำ CPR เบื้องต้นแบบกดหน้าอก (Hands-only) เพื่อต่อลมหายใจก่อนทีมกู้ชีพ 1669 มาถึง

31 มีนาคม 2569