ไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia): ค่าเท่าไหร่ถึงเริ่มอันตราย?

เวลาตรวจสุขภาพประจำปี หลายคนคงเคยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ลุ้นผลตรวจ "ไขมันในเลือด" ว่าจะเกินเกณฑ์ไหม บางคนได้กระดาษผลเลือดมาเห็นตัวเลขสีแดงเต็มไปหมดแต่ก็อ่านไม่เข้าใจ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันครับว่า คอเลสเตอรอลตัวไหนคือผู้ร้าย และค่าเกินเท่าไหร่ถึงต้องเริ่มกลัวโรคหัวใจ
4 ตัวเลขไขมันในใบเจาะเลือด มีอะไรบ้าง?
ในการตรวจระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile) จะประกอบด้วยค่า 4 ตัวหลัก ซึ่งแต่ละตัวมีความหมายและหน้าที่ต่างกัน:
1. คอเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol)
- คือไขมันทั้งหมดที่มีอยู่ในกระแสเลือด เป็นภาพรวมกว้างๆ
- ค่าปกติ: ควรน้อยกว่า 200 mg/dL
- (แต่ความจริงแล้ว ค่ารวมสูงอย่างเดียวอาจไม่ได้แย่เสมอไป ถ้ามันมาจากไขมันดีที่สูงครับ)
2. ไขมันเลว (LDL - Low Density Lipoprotein)
- นี่คือ "ตัวร้ายตัวจริง" ที่ทำให้เกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ! หน้าที่ของมันคือขนส่งไขมันจากตับไปสู่เซลล์ทั่วร่างกาย แต่ถ้ามีมากเกินไป มันจะไปเกาะตามผนังหลอดเลือดกลายเป็นคราบพลัค (Plaque) และไขมันอุดตัน
- ค่าปกติแบบคนทั่วไป: ไม่ควรเกิน 130 mg/dL
- ค่าสำหรับคนที่มีความเสี่ยง (เบาหวาน/โรคหัวใจ): หมอมักจะคุมให้เข้มงวดคือต้องต่ำกว่า 100 หรือ 70 mg/dL หรือแม้แต่ 55 mg/dL ด้วยซ้ำไป
3. ไขมันดี (HDL - High Density Lipoprotein)
- นี่คือ "ฮีโร่รถเก็บขยะ" หน้าที่ของมันคือวิ่งตระเวนเก็บกวาดไขมันเลวที่ตกค้างตามหลอดเลือดกลับไปทำลายทิ้งที่ตับ ยิ่งตัวนี้สูง หลอดเลือดคุณจะยิ่งสะอาด!
- ค่าปกติ: ผู้ชายควรมากกว่า 40 mg/dL | ผู้หญิงควรมากกว่า 50 mg/dL (ถ้าได้เกิน 60 ถือว่ายอดเยี่ยมมาก)
4. ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides)
- เกิดจากไขมันที่เรากินเข้าไปตรงๆ และอีกส่วนเกิดจาก "น้ำตาล ข้าว แป้ง" ที่กินเกินพอดีแล้วร่างกายเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมตามพุงและตับ (ไขมันพอกตับ)
- ค่าปกติ: ควรน้อยกว่า 150 mg/dL
เมื่อไหร่ที่หมอจะเริ่มสั่งจ่ายยาลดไขมัน?
แพทย์จะไม่ได้ดูแค่ "ค่าคอเลสเตอรอลรวม" เท่านั้น แต่จะประเมินความเสี่ยงโดยรวม หากคุณมีค่าไขมันเลว (LDL) มากและมีความเสี่ยงสูง เช่น มีความดันโลหิตสูง หรือสูบบุหรี่ร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณาให้กินยาลดไขมัน (กลุ่ม Statin) ทันที เพราะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางหลอดเลือดสูงมาก ทั้งนี้ต้องประเมินโรคร่วมด้วยครับ เช่น เคยทำบอลลูนมาแล้ว หรือเป็นโรคไตเรื้อรัง เป้าหมายในการลด LDL ก็จะแตกต่างกันออกไปอีก
3 วิธีเพิ่มไขมันดี (HDL) ลดไขมันเลว (LDL) ด้วยตัวเอง
- งดไขมันทรานส์และเบเกอรี่: จริงๆ แล้ว ไขมันทรานส์นั้นไม่พบในธรรมชาติ น้ำมันทุกชนิด หากเอาไปผ่านความร้อนนานๆ ก็จะกลายเป็นไขมันทรานส์ครับ ในชีวิตจริงก็จะเจอในพวกน้ำมันทอดซ้ำๆ เราจึงควรหลีกเลี่ยงครีมเทียม มาการีน มันหมู และของทอดซ้ำครับ
- เพิ่มกากใย (Fiber): ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และผักใบเขียว มีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำที่ช่วยดูดซับไขมันเลวในลำไส้แล้วขับทิ้งทางอุจจาระ
- คาร์ดิโอ (Cardio): การออกกำลังกายจนเหนื่อย ระดับพูดไม่จบประโยค อย่างน้อย 30 นาที/วัน เป็นวิธียอดฮิตและได้ผลที่สุดในการดันค่า "ไขมันดี (HDL)" ให้พุ่งสูงขึ้น
สรุป
ไขมันในเลือดสูงเป็นภัยเงียบที่ไม่มีอาการปวดหัว ไม่มีอาการวิงเวียนใดๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีคือหลอดเลือดหัวใจตีบไปแล้ว สิ่งสำคัญคือการไปตรวจเลือดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และรู้จักตัวเลข LDL กับ HDL ของตัวเอง เพื่อปรับพฤติกรรมการกินได้ทันท่วงทีครับ!



